การอุ้มในท่าปกติ
อุ้มท่าตะแคงเข้าทางหน้าอก ให้ท้ายทอยของทารกอยู่บนข้อพับแขนของคนอุ้ม
วางแขนทอดไปตามลำตัวทารกอีกมืออุ้มช้อนส่วนก้นและช่วงขา ลำตัวทารกแนบชิด
กับลำตัวของผู้อุ้ม ศีรษะ คอ ลำตัวอยู่ในแนวเดียวกัน
การอุ้มเรอ มี 2 ท่า
ท่าที่ 1 อุ้มพาดบ่าให้หน้าท้องทารกกดบริเวณหัวไหล่ผู้อุ้มเพื่อไล่ลม
ท่าที่ 2
อุ้มนั่งบนตักหันหน้าออก โดยมือข้างหนึ่ง
จับที่หน้าอกทารก มืออีกข้างหนึ่งลูบหลัง
หรือเคาะเบาๆโน้มตัวทารกไปข้างหน้า
เล็กน้อย เพื่อให้หน้าท้องถูกกดและไล่ลม ออก
แต่ละท่าที่อุ้มนั้น ต้องอุ้มด้วยความระมัดระวังอย่างมาก เพราะช่วงนี้กระดูกเด็กยังไม่มีความ
ต้านน้ำหนักได้...
ทุกวันนี้จะมีคุณพ่อ-คุณแม่มือใหม่ ออกมาเรื่อยๆซึ่งบางคู่ถ้ามีคนช่วยเลี้ยงก็สบายไป แต่ถ้าไม่มีก็เหนื่อย เพราะสังคมทุกวันนี้หาเช้ากินค่ำเยอะ ดังนั้นบทความบทนี้ อาจจะเป็น ประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่มากก็น้อย
การดูแลลูกน้อย
การดูแลทางด้านร่างกาย
1. ดูแลให้ได้รับอาหารที่เหมาะสมได้แก่ นมแม่ซึ่งทารกต้องกินน้ำนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน จึงจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน มีภูมิต้านทานโรค และสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก
2. ดูแลให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จัดให้ทารกได้นอนในที่สะอาด ปลอดภัย
อากาศถ่ายเทสะดวก
3. ดูแลการขับถ่าย ทารกที่กินนมแม่จะขับถ่ายง่าย โดยถ่ายวันละประมาณ 3-4 ครั้ง ลักษณะอุจจาระจะเป็นเนื้อเละๆ นิ่มๆ สีเหลือง
4. ดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผมทุกวัน และทำความสะอาดทุกครั้งหลังการขับถ่าย
5. ดูแลความอบอุ่นของร่างกายอย่างเพียงพอ โดยสวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับ
อากาศ และฤดูกาล
6. ดูแลระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการหายใจ ถ้าพบว่า
ลูกหายใจเร็ว ปีกจมูกบาน อกบุ๋ม เล็บมือเล็บเท้าเขียวให้รีบมาพบแพทย์
การดูแลจิตใจ
ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่เป็นสิ่ งสำคัญที่ ช่วยส่งเสริมให้ทารกมีการ
เรียนรู้ถึงความรักความไว้วางใจผู้อื่น เกิดทัศนคติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และจะมีผล
ต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ การดูแลจิตใจสามารถทำได้โดย
• การสัมผัสกอดรัด จะก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเป็นสุขสงบ เกิดความ
มั่นใจต่อสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง
• ควรตั้งชื่อลูกตั้งแต่แรกคลอด และเรียกชื่อทุกครั้งที่พูดคุยกับลูก การพูดคุย
ส่งเสียง การพยักหน้าหรือยิ้ม จะเป็นสื่อกระตุ้นพัฒนาการของทารกได้อย่างดี
• ขณะที่อุ้มลูก อาจนวดนิ้วมือ แขน นิ้วเท้า เท้าของลูกเบาๆ ทำให้ลูก
สบายตัว อารมณ์แจ่มใส
1. ดูแลให้ได้รับอาหารที่เหมาะสมได้แก่ นมแม่ซึ่งทารกต้องกินน้ำนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน จึงจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน มีภูมิต้านทานโรค และสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก
2. ดูแลให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จัดให้ทารกได้นอนในที่สะอาด ปลอดภัย
อากาศถ่ายเทสะดวก
3. ดูแลการขับถ่าย ทารกที่กินนมแม่จะขับถ่ายง่าย โดยถ่ายวันละประมาณ 3-4 ครั้ง ลักษณะอุจจาระจะเป็นเนื้อเละๆ นิ่มๆ สีเหลือง
4. ดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผมทุกวัน และทำความสะอาดทุกครั้งหลังการขับถ่าย
5. ดูแลความอบอุ่นของร่างกายอย่างเพียงพอ โดยสวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับ
อากาศ และฤดูกาล
6. ดูแลระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการหายใจ ถ้าพบว่า
ลูกหายใจเร็ว ปีกจมูกบาน อกบุ๋ม เล็บมือเล็บเท้าเขียวให้รีบมาพบแพทย์
การดูแลจิตใจ
ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่เป็นสิ่ งสำคัญที่ ช่วยส่งเสริมให้ทารกมีการ
เรียนรู้ถึงความรักความไว้วางใจผู้อื่น เกิดทัศนคติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และจะมีผล
ต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ การดูแลจิตใจสามารถทำได้โดย
• การสัมผัสกอดรัด จะก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเป็นสุขสงบ เกิดความ
มั่นใจต่อสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง
• ควรตั้งชื่อลูกตั้งแต่แรกคลอด และเรียกชื่อทุกครั้งที่พูดคุยกับลูก การพูดคุย
ส่งเสียง การพยักหน้าหรือยิ้ม จะเป็นสื่อกระตุ้นพัฒนาการของทารกได้อย่างดี
• ขณะที่อุ้มลูก อาจนวดนิ้วมือ แขน นิ้วเท้า เท้าของลูกเบาๆ ทำให้ลูก
สบายตัว อารมณ์แจ่มใส
วิธีให้นมลูกอย่างถูกวิธี
วิธีที 1
อุ้มแบบศีรษะอยู่บนข้อพับแขน
การให้นมท่านี้คุณอาจจะนั่งบนเก้าอี้ที่มีที่พักแขน
หรืออาจจะนั่งบนเตียงและมีหมอนหลายใบหนุนแขน เท้าวางไว้บนพื้น
หรือที่วางเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวคุณแม่โน้มตัวมาทับลูก ศีรษะเด็กวางบนข้อศอก
จมูกอยู่แนวเดียวกับหัวนม แขนเด็กข้างหนึ่งอยู่ใต้แขนที่ใช้ประคองตัวเด็ก
ประคองเด็กชิดแนบลำตัวแม่ ใช้แขนประคอง สะโพก ลำตัว คอ และศีรษะเด็กดังรูป
ขาของเด็กจะอยู่ใต้นมอีกข้างหนึ่ง
คุณแม่บางคนบอกท่านี้ยากเพราะจะทำให้ปากตรงกับหัวนมนั้นยาก
บางท่านแนะนำให้อุ้มท่านี้เมื่อเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปท่านี้เหมาะสำหรับเด็กที่คลอดปกติและคอแข็งแรงพอ
สำหรับแม่ที่ผ่าท้องทำคลอดไม่เหมาะที่จะให้นมท่านี้
วิธีที่ 2
อุ้มแบบท่าเฉียงแนบลำตัว
ต่างจากท่าแรกตรงที่ใช้มือทั้งสองข้างประคองศีรษะลูก
เมื่อให้ดูดนมข้างซ้าย มือซ้ายจะประคองบริเวณศีรษะเพื่อให้ปากตรงกับหัวนมท่านี้เหมาะสำหรับเด็กตัวเล็ก
และมีปัญหาในการดูดนม
วิธีที่ 3
อุ้มแบบลูกฟุตบอล
หรือท่าอุ้งรักบี้
เริ่มแรกอุ้มเด็กให้เท้าเด็กชี้ไปด้านหลัง จมูกเด็กอยู่ในระดับเดียวกับหัวนม
ใช้หมอนรองแขน แขนและมือจะประคองลำตัวและศีรษะเด็ก ประคองให้นมตรงกับปากเด็ก
อย่าใช้แรงมากเพราเด็กจะต้านการให้นมท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดทำคลอด
เด็กที่ตัวเล็ก นมมีขนาดใหญ่และหัวนมเล็ก หรือแม่ที่มีลูกแฝด
วิธีที่ 4
ให้นมลูกในท่านอน
เป็นการให้นมในท่านอน ให้นอนกึ่งตะแคงโดยใช้หมอนหนุนหลังศีรษะ
และใต้เข่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หลังมีแนวตรง ใช้มือประคองศีรษะเด็กให้ดูดนม
หากไม่ถึงก็สามารถใช้หมอน หรือผ้าเช็ดตัวรองศีรษะเด็กเพื่อให้พอดีกับระดับน้ำ ท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดทำคลอด
หรือการให้นมในเวลากลางคืน
ไม่ว่าจะเป็นท่าไหนก็ตามสิ่งสำคัญคือ คุณพ่อต้องมาช่วยคุณแม่ด้วย คุรแม่จะได้ไม่เครียด
หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ต้องไปปรึกษาคุณหมอให้เค้าสอนอีกที ปัจจุบันนี้การสอนให้นมบุตร
ทุกโรงพยาบาลจะมีทุกที่.
เคล็ดในการให้นม
|
|
ชนิดของน้ำนม
ชนิดของน้ำนม
1. น้ำนมเหลืองเป็นน้ำนมที่ออกมาในช่วง 2-4 วันหลังคลอด ช่วงแรกจะมีลักษณะใสต่ อมาจะเป็น
สีเหลือง น้ำนมชนิดนี้มีแร่ ธาตุและโปรตีนมาก มีความสำคัญคือมีสารที่เป็นภูมิต้านทานโรคมาก
กว่าน้ำนมชนิดอื่นๆ มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อร่างกายทารก สารกระตุ้นการขับขี้เทาที่ทำให้ทารกตัวเหลืองถูกขับออกมาทำให้อาการตัวเหลืองลดลง
2. น้ำนมระยะปรับเปลี่ยน เป็นน้ำนมที่ออกในช่วง 7-10 วันหลังคลอดไปจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอดมีน้ำตาล ไขมัน วิตามินและพลังงานมากกว่าน้ำนมเหลือง
3. น้ำนมแท้ เป็นน้ำนมที่ออกในวันที่ 10 หลังคลอดหรือ 2 สัปดาห์หลังคลอด
เป็นต้นไป มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 87% ดังนั้นลูกที่ดูดนมมารดาเพียงอย่างเดียว
จึงได้รับน้ำเพียงพอ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน
เกลือแร่ และธาตุอาหารต่างๆ รวมทั้งมีสารที่ควบคุมการเจริญเติบโตด้วย
1. น้ำนมเหลืองเป็นน้ำนมที่ออกมาในช่วง 2-4 วันหลังคลอด ช่วงแรกจะมีลักษณะใสต่ อมาจะเป็น
สีเหลือง น้ำนมชนิดนี้มีแร่ ธาตุและโปรตีนมาก มีความสำคัญคือมีสารที่เป็นภูมิต้านทานโรคมาก
กว่าน้ำนมชนิดอื่นๆ มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อร่างกายทารก สารกระตุ้นการขับขี้เทาที่ทำให้ทารกตัวเหลืองถูกขับออกมาทำให้อาการตัวเหลืองลดลง
2. น้ำนมระยะปรับเปลี่ยน เป็นน้ำนมที่ออกในช่วง 7-10 วันหลังคลอดไปจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอดมีน้ำตาล ไขมัน วิตามินและพลังงานมากกว่าน้ำนมเหลือง
3. น้ำนมแท้ เป็นน้ำนมที่ออกในวันที่ 10 หลังคลอดหรือ 2 สัปดาห์หลังคลอด
เป็นต้นไป มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 87% ดังนั้นลูกที่ดูดนมมารดาเพียงอย่างเดียว
จึงได้รับน้ำเพียงพอ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน
เกลือแร่ และธาตุอาหารต่างๆ รวมทั้งมีสารที่ควบคุมการเจริญเติบโตด้วย
รู้เรื่องนมแม
น้ำนมระยะแรกเป็นหัวน้ำนม มีสีเหลืองข้นหรือน้ำใสๆบางครั้งเรียกว่านมน้ำเหลือง ซึ่งอุดมด้วยภูมิต้านทานโรคระยะต่อมาน้ำนมจะเป็นน้ำนมปกติ แบ่งเป็นส่วนแรก
และส่วนหลัง น้ำนมส่วนหลังจะมีไขมันที่ลูกต้องใช้ใน
การเจริญเติบโต ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มดีทั้งยังช่วยในระบบ
ขับถ่ายของลูกให้สะดวกโดยสังเกตว่า อุจจาระที่ถ่ายออกมาจะมีเนื้อนิ่ม
ไม่เป็นน้ำ มีสีเหลืองการกระตุ้นให้มีน้ำนมมากเพียงพอ
เมื่อลูกดูดนมแม่จะกระตุ้นให้มีการสร้างและหลั่งน้ำนม ถ้าลูกดูดนมสม่ำเสมอทุก
2-3 ชั่วโมงหรือตามความต้องการของลูกและควรระลึกอยู่เสมอว่าการให้นมลูก
ทุกครั้งควรให้ลูกดูดนมจนเกลี้ยงเต้าแรกก่อน แล้วจึงเปลี่ยนให้ลูกดูดอีกข้างหนึ่ง
จะทำให้มีการสร้างและหลั่งน้ำนมมากขึ้นและมีตลอดระยะเวลาที่ลูกดูดนมแม่
ชนิดของน้ำนม
1. น้ำนมเหลืองเป็นน้ำนมที่ออกมาในช่วง2-4วันหลังคลอด ช่วงแรกจะมีลักษณะใสต่ อมาจะเป็น
สีเหลือง น้ำนมชนิดนี้มีแร่ ธาตุและโปรตีนมากมีความสำคัญคือ มีสารที่เป็นภูมิต้านทานโรคมาก
กว่าน้ำนมชนิดอื่นๆ มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อร่างกายทารก สารกระตุ้นการขับขี้เทาที่ทำให้ทารกตัวเหลืองถูกขับออกมาทำให้อาการตัวเหลืองลดลง
2. น้ำนมระยะปรับเปลี่ยน เป็นน้ำนมที่ออกในช่วง 7-10 วันหลังคลอดไปจนถึง 2สัปดาห์หลังคลอดมีน้ำตาลไขมันวิตามินและพลังงานมากกว่าน้ำนมเหลือง
3. น้ำนมแท้เป็นน้ำนมที่ออกในวันที่ 10 หลังคลอด หรือ 2 สัปดาห์หลังคลอด
เป็นต้นไป มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 87% ดังนั้นลูกที่ดูดนมมารดาเพียงอย่างเดียว
จึงได้รับน้ำเพียงพอ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน
เกลือแร่ และธาตุอาหารต่างๆรวมทั้งมีสารที่ควบคุมการเจริญเติบโตด้วย









